ผมพารุ่นพี่ไมไปยังสถานที่ต่างๆ
ร้านค้า ร้านขนมหวาน ร้านอาหาร และหาเรื่องพูดคุยเพื่อไม่ให้บรรยากาศน่าเบื่อ
และเมื่อไหร่ที่ผมคิดไม่ออกว่าจะชวนรุ่นพี่คุยอะไร ยุยก็มักจะเป็นที่ปรึกษาให้ผมได้ดีเสมอ
“พยายามดูรุ่นพี่สิ!
ถ้าไม่มีอะไรจะคุยก็ถามอะไรไปก็ได้แล้วคุยต่อจากนั้นซะ!”
20นาทีต่อมา...
“นี่ทำไงดีอ่า? พวกเราใกล้จะช้อปเสร็จแล้วนะ!”
“ก็พูดไปสิว่า ‘ขอบคุณครับ’ แล้วก็ไปเลี้ยงข้าวรุ่นพี่ซะ”
“เข้าใจแล้ว! เธอนี่เท่จริงๆ เล้ย!!!”
สถานีรถไฟใต้ดิน...
“อ๊า สนุกจังเลยเนอะ!” รุ่นพี่ยิ้มกว้าง
“วันนี้ขอบคุณมากนะครับ!”
“ไม่หรอกจ๊ะ ขอบคุณสำหรับอาหารนะ...อ๊ะ วาตานาเบะคุง
เอามือถือของเธอออกมาหน่อยสิ!”
รุ่นพี่หยิบมือถือของผมไปกดอะไรไม่รู้อยู่สักพักก่อนจะส่งคืนให้
“นี่จ๊ะ เบอร์ติดต่อของพี่
ครั้งหน้าถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกกันได้นะ พี่ยินดีเสมอจ้า”
แล้วรุ่นพี่ก็เดินจากไปพร้อมรอยยิ้มกว้าง
สุดยอด!!! นี่ช่างเป็นวันที่มีความสุขที่สุดจริงๆ ^o^
“ขอบคุณเธอมากเลยนะยุย เธอช่วยฉันได้เยอะจริงๆ นะ”
“รุ่นพี่กลับบ้านอย่างมีความสุขซะด้วย!! แถมยังได้เบอร์มาอีกแน่ะ”
ถ้าเธอไม่ได้ตามมาด้วยเขาจะเป็นยังไงบ้างนะ
?
“แต่พูดจริงๆ นะ
สิ่งที่เธอเน้นย้ำมาตลอดตอนนี้ฉันก็รู้ตัวแล้วล่ะ...”
“เอ๊ะ?”
“....ความหมายของการที่เราจะทำให้ใครสักคนหันมามองเรา ต้องคิดและตัดสินใจด้วยตัวเอง
ว่าอะไรคือ ‘สิ่งที่เราสามารถทำให้เค้ามีความสุขได้’ ”
ผมหยิบบางอย่างออกมาและส่งมันให้เธอ
“อ๊ะ ใช่สิ เอานี่ไป!”
“?”
“ตอนที่อยู่ในห้างเธอสนใจเจ้านี่สินะ?”
พวงกุญแจตุ๊กตาน้องหมาน่ารักอยู่บนฝ่ามือของเธอ
“ขอบขวัญแทนคำขอบคุณ!
พรุ่งนี้เจอกันที่โรงเรียนล่ะ!”
.
ดาดฟ้า...
“ฉันได้รับ SMS จากรุ่นพี่ด้วยล่ะ”
เขาพูดอวดสีหน้ามีความสุข
“แสดงว่าเดทของนายประสบผลสำเร็จแล้วล่ะ ยินดีด้วย”
“ฉันรู้สึกว่ามันจะเร็วเกินไปนะนั่น
แต่ถ้าเป็นงั้นอย่าไปถามรุ่นพี่ล่ะว่า ‘ผมขอจับมือได้มั้ยครับ’ เข้าใจรึเปล่า?”
“ทำไมไม่ได้ล่ะ?”
“มันดูไม่ละเอียดอ่อนย่ะ”
“หา?”
“อีกอย่างเกิดเค้าไม่ให้จับมือขึ้นมา เส้นทางแห่งการสารภาพรักของนายคงจะไกลห่างออกไปอีกแน่”
“ยังไงก็เถอะ...ทำไมเธอถึงอยากเห็นใครสักคนสารภาพรักล่ะยุย?”
“..........” เธอเงียบไป
“อ๊ะ เอ่อ...ถ้าไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไรหรอกนะ”
“สมัยก่อน...ฉันโดนคนที่ตัวเองรักหักหลังน่ะ”
ผมแอบสังเกตเห็นแววตาเศร้าๆ
ของเธอ...
“มันก็นานแล้วล่ะ...ฉันไม่ขอพูดถึงรายละเอียดแล้วกัน แต่ที่แน่ๆ
คือมันทำให้ฉันเกลียดเค้ามากๆ เลย...”
“แล้วหลังจากที่ฉันรู้ตัวก็ทำให้รู้ว่าฉันมันโง่เองที่ไปเชื่อใจเค้า
และ...ฉันก็ไม่อาจเชื่อใจใครได้อีกเลย...”
ยุยเคยมีเรื่องในอดีตแบบนี้เองเหรอ
? ผมคิดในใจ
“ทั้งผู้ชาย...ทั้งความรัก...หรือแม้แต่ตัวฉันเอง
แต่แล้ว...ฉันก็ได้เห็นนาย ริสะโอะ...เห็นนายที่แอบมองรุ่นพี่อยู่ตรงนี้”
“นายมองรุ่นพี่ด้วยท่าทางที่มีความสุข
ถึงแม้ระยะทางจะห่างไกลจนไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของรุ่นพี่ได้ก็ตาม...”
“ฉันเลยคิดว่า ‘ยังมีผู้ชายแบบนี้อยู่นี่นา’ ทำให้ฉันเข้าใจได้ในทันที พอคิดได้แบบนั้นฉันก็อยากที่จะรักใครสักคนให้ได้เหมือนอย่างนาย...”
“มีความพยายามจนไขว้คว้าความสุขมาได้ในท้ายที่สุด
ฉันอยากจะคิดแบบนั้น แล้วก็...อยากจะพิสูจน์ว่าการรักใครสักคน...คือสิ่งที่สวยงาม”
ผมตั้งใจฟังเธอเล่ายาวมาจนจบ
ก่อนจะอมยิ้มเล็กๆ บนใบหน้า
“แสดงว่าฉันมีหน้าที่สำคัญต้องทำแล้วน่ะสิ! ฉันมาไกลขนาดนี้ได้ก็เพราะเธอนะยุย!”
“ดังนั้น
ฉันจะขอรับผิดชอบและแสดงให้เธอเห็นถึงฉากจบที่มีความสุขเอง”
“ถ้าฉันทำได้บาดแผลในอดีตของเธอจะหายไปใช่มั้ย?”
ยุยยิ้มกว้าง...นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นเธอยิ้มอย่างมีความสุขแบบนี้
“นายคิดว่าจะทำได้จริงๆ เหรอ คนอย่างนายเนี่ยนะ!”
“ถึงจะมีอะไรเกิดขึ้นเธอก็ต้องช่วยฉันอยู่ดีแหละ”
“งั้นฉันขอ 5พันเยนนะ”
“อย่าเรียกเงินเซ่!!!”
สนามเทนนิส...
“วาตานาเบะคุง”
รุ่นพี่ไมเดินเข้ามาหาผมพร้อมกับถืออะไรบางอย่างมาด้วย
“พี่ซื้อCDที่เธอบอกครั้งก่อนมาแล้วนะ”
“จริงเหรอครับ ขอบคุณมากๆ เลยครับ”
“เพลงที่2 กับเพลงสุดท้ายเพราะมากๆ เลยล่ะ”
ทั้งสองแยกคุยกันสองคน
มองๆ แล้วก็ดูเหมือนคู่รักทั่วไปเลยล่ะ
“รุ่นพี่ไมกับวาตานาเบะคุงนี่เพิ่งจะมาสนิทกันสินะ?”
“สองคนนั้นคุยกันโดยไม่เอาเรื่องแกล้งกันมาเกี่ยวด้วยเนี่ย
ก็ดูดีไปอีกแบบนะ”
บรรดารุ่นพี่และเพื่อนๆ
ร่วมชมรม ต่างก็เฝ้ามองทั้งสองที่ยืนคุยกันเป็นระยะ
ซึ่งดูเหมือนมันจะเป็นภาพแปลกตาสำหรับทุกคน เช่นเดียวกับยุยที่เฝ้ามองทั้งสองคนเหมือนกัน
“หือ?”
ผมมองไปรอบๆ
กลับไม่เห็นยุยยืนอยู่เลย สงสัยว่าเธอไปไหนกันนะ?
“นี่! เห็นโคบายาชิมั้ย?”
“ยุยเหรอ เก็บของเสร็จก็กลับบ้านไปแล้วล่ะ”
ให้ตายเถอะ...ไอ้เราเองก็มีเรื่องดีๆ
ตั้งเยอะจะเล่าให้ฟังซะด้วยสิ!เอาเถอะ ไว้ค่อยเจอกันพรุ่งนี้ก็ได้
===================================
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น