เกี่ยวกับเรา

5/02/2560

[GE : RisaYui] ตอนที่ 3


        ผมพารุ่นพี่ไมไปยังสถานที่ต่างๆ ร้านค้า ร้านขนมหวาน ร้านอาหาร และหาเรื่องพูดคุยเพื่อไม่ให้บรรยากาศน่าเบื่อ และเมื่อไหร่ที่ผมคิดไม่ออกว่าจะชวนรุ่นพี่คุยอะไร ยุยก็มักจะเป็นที่ปรึกษาให้ผมได้ดีเสมอ

“พยายามดูรุ่นพี่สิ! ถ้าไม่มีอะไรจะคุยก็ถามอะไรไปก็ได้แล้วคุยต่อจากนั้นซะ!

        20นาทีต่อมา...
“นี่ทำไงดีอ่า? พวกเราใกล้จะช้อปเสร็จแล้วนะ!
“ก็พูดไปสิว่า ขอบคุณครับ แล้วก็ไปเลี้ยงข้าวรุ่นพี่ซะ”
“เข้าใจแล้ว! เธอนี่เท่จริงๆ เล้ย!!!

        สถานีรถไฟใต้ดิน...

“อ๊า สนุกจังเลยเนอะ!” รุ่นพี่ยิ้มกว้าง
“วันนี้ขอบคุณมากนะครับ!
“ไม่หรอกจ๊ะ ขอบคุณสำหรับอาหารนะ...อ๊ะ วาตานาเบะคุง เอามือถือของเธอออกมาหน่อยสิ!

        รุ่นพี่หยิบมือถือของผมไปกดอะไรไม่รู้อยู่สักพักก่อนจะส่งคืนให้

“นี่จ๊ะ เบอร์ติดต่อของพี่ ครั้งหน้าถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกกันได้นะ พี่ยินดีเสมอจ้า”

        แล้วรุ่นพี่ก็เดินจากไปพร้อมรอยยิ้มกว้าง สุดยอด!!! นี่ช่างเป็นวันที่มีความสุขที่สุดจริงๆ ^o^

“ขอบคุณเธอมากเลยนะยุย เธอช่วยฉันได้เยอะจริงๆ นะ”
“รุ่นพี่กลับบ้านอย่างมีความสุขซะด้วย!! แถมยังได้เบอร์มาอีกแน่ะ”

        ถ้าเธอไม่ได้ตามมาด้วยเขาจะเป็นยังไงบ้างนะ ?

“แต่พูดจริงๆ นะ สิ่งที่เธอเน้นย้ำมาตลอดตอนนี้ฉันก็รู้ตัวแล้วล่ะ...”
“เอ๊ะ?”
“....ความหมายของการที่เราจะทำให้ใครสักคนหันมามองเรา ต้องคิดและตัดสินใจด้วยตัวเอง ว่าอะไรคือ สิ่งที่เราสามารถทำให้เค้ามีความสุขได้

        ผมหยิบบางอย่างออกมาและส่งมันให้เธอ

“อ๊ะ ใช่สิ เอานี่ไป!
“?”
“ตอนที่อยู่ในห้างเธอสนใจเจ้านี่สินะ?”

        พวงกุญแจตุ๊กตาน้องหมาน่ารักอยู่บนฝ่ามือของเธอ

“ขอบขวัญแทนคำขอบคุณ! พรุ่งนี้เจอกันที่โรงเรียนล่ะ!

.

        ดาดฟ้า...

“ฉันได้รับ SMS จากรุ่นพี่ด้วยล่ะ”

        เขาพูดอวดสีหน้ามีความสุข

“แสดงว่าเดทของนายประสบผลสำเร็จแล้วล่ะ ยินดีด้วย”
“ฉันรู้สึกว่ามันจะเร็วเกินไปนะนั่น แต่ถ้าเป็นงั้นอย่าไปถามรุ่นพี่ล่ะว่า ผมขอจับมือได้มั้ยครับ เข้าใจรึเปล่า?”
“ทำไมไม่ได้ล่ะ?”
“มันดูไม่ละเอียดอ่อนย่ะ”
“หา?”
“อีกอย่างเกิดเค้าไม่ให้จับมือขึ้นมา เส้นทางแห่งการสารภาพรักของนายคงจะไกลห่างออกไปอีกแน่”
“ยังไงก็เถอะ...ทำไมเธอถึงอยากเห็นใครสักคนสารภาพรักล่ะยุย?”
“..........” เธอเงียบไป
“อ๊ะ เอ่อ...ถ้าไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไรหรอกนะ”
“สมัยก่อน...ฉันโดนคนที่ตัวเองรักหักหลังน่ะ”

        ผมแอบสังเกตเห็นแววตาเศร้าๆ ของเธอ...

“มันก็นานแล้วล่ะ...ฉันไม่ขอพูดถึงรายละเอียดแล้วกัน แต่ที่แน่ๆ คือมันทำให้ฉันเกลียดเค้ามากๆ เลย...”
“แล้วหลังจากที่ฉันรู้ตัวก็ทำให้รู้ว่าฉันมันโง่เองที่ไปเชื่อใจเค้า และ...ฉันก็ไม่อาจเชื่อใจใครได้อีกเลย...”

        ยุยเคยมีเรื่องในอดีตแบบนี้เองเหรอ ? ผมคิดในใจ

“ทั้งผู้ชาย...ทั้งความรัก...หรือแม้แต่ตัวฉันเอง แต่แล้ว...ฉันก็ได้เห็นนาย ริสะโอะ...เห็นนายที่แอบมองรุ่นพี่อยู่ตรงนี้”
“นายมองรุ่นพี่ด้วยท่าทางที่มีความสุข ถึงแม้ระยะทางจะห่างไกลจนไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของรุ่นพี่ได้ก็ตาม...”
“ฉันเลยคิดว่า ยังมีผู้ชายแบบนี้อยู่นี่นา ทำให้ฉันเข้าใจได้ในทันที พอคิดได้แบบนั้นฉันก็อยากที่จะรักใครสักคนให้ได้เหมือนอย่างนาย...”
“มีความพยายามจนไขว้คว้าความสุขมาได้ในท้ายที่สุด ฉันอยากจะคิดแบบนั้น แล้วก็...อยากจะพิสูจน์ว่าการรักใครสักคน...คือสิ่งที่สวยงาม”

        ผมตั้งใจฟังเธอเล่ายาวมาจนจบ ก่อนจะอมยิ้มเล็กๆ บนใบหน้า

“แสดงว่าฉันมีหน้าที่สำคัญต้องทำแล้วน่ะสิ! ฉันมาไกลขนาดนี้ได้ก็เพราะเธอนะยุย!
“ดังนั้น ฉันจะขอรับผิดชอบและแสดงให้เธอเห็นถึงฉากจบที่มีความสุขเอง”
“ถ้าฉันทำได้บาดแผลในอดีตของเธอจะหายไปใช่มั้ย?”

        ยุยยิ้มกว้าง...นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นเธอยิ้มอย่างมีความสุขแบบนี้

“นายคิดว่าจะทำได้จริงๆ เหรอ คนอย่างนายเนี่ยนะ!
“ถึงจะมีอะไรเกิดขึ้นเธอก็ต้องช่วยฉันอยู่ดีแหละ”
“งั้นฉันขอ 5พันเยนนะ”
“อย่าเรียกเงินเซ่!!!

        สนามเทนนิส...

“วาตานาเบะคุง”

        รุ่นพี่ไมเดินเข้ามาหาผมพร้อมกับถืออะไรบางอย่างมาด้วย

“พี่ซื้อCDที่เธอบอกครั้งก่อนมาแล้วนะ”
“จริงเหรอครับ ขอบคุณมากๆ เลยครับ”
“เพลงที่2 กับเพลงสุดท้ายเพราะมากๆ เลยล่ะ”

        ทั้งสองแยกคุยกันสองคน มองๆ แล้วก็ดูเหมือนคู่รักทั่วไปเลยล่ะ

“รุ่นพี่ไมกับวาตานาเบะคุงนี่เพิ่งจะมาสนิทกันสินะ?”
“สองคนนั้นคุยกันโดยไม่เอาเรื่องแกล้งกันมาเกี่ยวด้วยเนี่ย ก็ดูดีไปอีกแบบนะ”

        บรรดารุ่นพี่และเพื่อนๆ ร่วมชมรม ต่างก็เฝ้ามองทั้งสองที่ยืนคุยกันเป็นระยะ ซึ่งดูเหมือนมันจะเป็นภาพแปลกตาสำหรับทุกคน เช่นเดียวกับยุยที่เฝ้ามองทั้งสองคนเหมือนกัน

“หือ?”

        ผมมองไปรอบๆ กลับไม่เห็นยุยยืนอยู่เลย สงสัยว่าเธอไปไหนกันนะ?

“นี่! เห็นโคบายาชิมั้ย?”
“ยุยเหรอ เก็บของเสร็จก็กลับบ้านไปแล้วล่ะ”


        ให้ตายเถอะ...ไอ้เราเองก็มีเรื่องดีๆ ตั้งเยอะจะเล่าให้ฟังซะด้วยสิ!เอาเถอะ ไว้ค่อยเจอกันพรุ่งนี้ก็ได้
===================================

[GE : RisaYui] ตอนที่ 2

        บ้านวาตานาเบะ...

“ให้ตายสิ!!!”

        ผมโยนหมอนใส่กำแพงห้องเพื่อระบายอารมณ์ ทำไมผมถึงต้องกลายเป็นลูกแกะของยัยปีศาจโคบายาชิด้วยนะ ทำไมผมถึงไม่กล้าคัดค้านอะไรเธอได้เลย

“เราจะทำไงดีเนี่ย!!? ยัยนั่นแกล้งเราอย่างกับเราเป็นของเล่นของตัวเอง!!”

        ยัยนั่นคงไม่รู้ถึงความเจ็บปวดจากการโดนปฏิเสธสินะ ดูท่าทางจะเสน่ห์แรงมากเลยนี่ ก็เลยมายุ่งกับเราเพราะเห็นเป็นเรื่องสนุกสินะ เชอะ...!! ถ้ามันเป็นแบบนี้ไปแล้ว งั้นเราจะใช้ความพยายามของเราลุยสารภาพรักให้สำเร็จเลยคอยดูเถอะ...

        ผมเปิดคอมเพื่อเสิร์ชหาวิธืจีบสาวจากเว็บต่างๆ ผมจะทำให้ผมมีความสุขแล้วเอาไปอวดยัยนั่นให้ได้!!!

.

        ชมรมเทนนิส...

“เอาล่ะพอแค่นี้แหละจ้า”
“โคบายาชิ...นี่คือความรู้สึกของฉัน...ดูไว้ให้ดีๆ ด้วยล่ะ!”

        ผมเดินผ่านหน้าเธอและมุ่งตรงไปยังจุดที่รุ่นพี่ไมนั่งอยู่ ผมสูดหายใจลึกๆ จังหวะหัวใจช้าๆ ลงหน่อยสิ ไม่เป็นไรน่า แค่เป็นตัวขอตัวเองไว้ ใจเย็นๆ ถ้าเราพูดไปตามคำแนะนำที่เราศึกษามาเมื่อคืนจากในเน็ตล่ะก็...มันต้องเป็นไปได้สวยแน่ๆ!!

“รุ่นพี่ไมครับ...!”

        รุ่นพี่เงยหน้ามามองเขา

“ผม...!”

        ตุบ!!!

        ลูกเทนนิสลอยมาใส่หัวเขาเต็มแรง ทำให้เขาสลบไปทันทีก่อนที่โคบายาชิจะเข้ามาลากตัวเขาออกจากตรงนั้นไปอย่างรวดเร็ว รุ่นพี่ไมได้แต่มองตามไม่มีคำพูดอะไร

“โทษทีนะ! ฉันจะพานายไปห้องพยาบาลเดี๋ยวนี้แหละ!!”

        เธอพาเขามานอนทิ้งที่ห้องชมรม สักพักนึงเขาก็ค่อยๆ ฟื้นคืนสติกลับมา

“เมื่อกี้นายคิดจะทำอะไรมิทราบยะ!?”

        คำพูดแรกของเธอที่ผมได้ยินหลังจากที่ผมถูกเธอทำร้ายมา

“จะอะไรอีกล่ะ? ก็สารภาพรักไงเล่า!!!” ผมระเบิดอารมณ์ออกมาทันที
“ฉันไม่เคยบอกว่าอยากเห็นนายล้มเหลวนะยะ!” เธอเองก็ระเบิดอารมณ์ใส่ผมกลับเช่นกัน
“หือ? พูดอะไรของเธอน่ะ? ไม่เห็นจะเข้าใจเลย”
“นาย...คิดว่าจริงๆ แล้วถ้าได้บอกรุ่นพี่ว่า ‘ผมชอบรุ่นพี่ครับ’ แล้วรุ่นพี่จะตอบรับความรู้สึกบางอย่างมาโดยอัตโนมัติสินะ!?”
“..........” ผมนิ่งอึ้งไป
“โป๊ะเช๊ะเลยแฮะ” เธอพูดถูกสินะ
“หือ? หมายความว่าไง” ไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย!
“พยายามจะใช้การสารภาพเพื่อทำให้รุ่นพี่หันมามองนาย โ-ค-ต-ร จะน่าผิดหวังเลยนะนั่น”

        ผมนิ่งช็อกไปทันที OoO’’

“ฟังให้ดีนะ นายห้ามแม้แต่จะคิดสารภาพเลย ถ้าอีกฝ่ายยังไม่เปิดโอกาสให้นายได้รู้ว่าเค้าคิดกับนายยังไง”
“ถึงพวกผู้ชายจะไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้ก็เถอะ...แต่การกระทำแบบนั้นกับผู้หญิงขณะที่เค้ายังไม่รู้ถึงความรู้สึกของตัวเอง มันให้อภัยไม่ได้!!”
“มันจะเป็นการทำให้เธอกลัวและทุกอย่างก็จะจบลงทันที!”

        ผมนิ่งฟังพูดอะไรไม่ออก ก็จริงอย่างที่เธอพูด ทำไมมันช่างห่างไกลเช่นนี้...

“ดังนั้นนายจะต้องค่อยๆ เปลี่ยนแปลงรุ่นพี่ไมไปทีละนิด”
“แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะ?”
“ไม่ไปชวนรุ่นพี่เดทซะเลยล่ะ?” ผมเหวอกับคำพูดของเธอทันที
“แต่ถ้าไปชวนเดทตอนนี้ มันก็ไม่เท่ากับเป็นการบอกไปนัยๆ ว่า ‘ผมชอบคุณนะ’ หรอกเหรอ!?” ผมไม่อยากโดนรุ่นพี่ปฏิเสธ ถ้ารุ่นพี่ปฏิเสธขึ้นมาก็จบเห่กันพอดีสิ!
“นายก็อย่าไปชวนแบบตรงๆ สิ ถ้าจู่ๆ นายเข้าไปหารุ่นพี่แบบนั้นมันอันตรายเกินไป...”
“จนกว่าจะสนิทกันกว่านี้คงจะดีกว่า ถ้าเข้าไปประมาณว่าอยู่ในฐานะคนสนิทน่ะนะ”
“งั้นเหรอ...”
“แล้วนายรู้อะไรเกี่ยวกับรุ่นพี่ไมบ้างล่ะ?”
“อืม? รุ่นพี่ชอบแกล้งคน...”
“นั่นแหละ ถ้านายรู้ถึงจุดนั้น นายก็จะสามารถหาเหตุผลชวนรุ่นพี่ได้เช่นกัน มันดูเป็นธรรมชาติกว่าว่างั้นมั้ย?”

        หลังจากได้รับคำปรึกษาจากอาจารย์โคบายาชิ(ผมตั้งเอง) ผมก็เดินตรงมาหารุ่นพี่ทันทีและทำตามแผนตามขั้นตอนที่เธอสอนผม

“อุปกรณ์สำหรับงานวัฒนธรรมงั้นเหรอ?”
“เอ๊ะ? ไม่เริ่มเร็วไปหน่อยเหรอ? งั้นมันเริ่มตั้งเดือนกันยายนเชียวนะ” ผมไปขอคำปรึกษารุ่นพี่เรื่องงานวัฒนธรรม
“ทุกคนในห้องผมโดนขอร้องมาให้ช่วยกันคิดไอเดียน่ะครับ...”
“สิ่งที่ผมคิดไว้คือจะใช้พวกเรื่องเขย่าขวัญหรืออะไรทำนองนั้น แล้วรุ่นพี่ก็รู้เกี่ยวกับอุปกรณ์พวกนี้ดี ผมเลยคิดว่ารุ่นพี่คงจะช่วยผมเลือกอุปกรณ์พวกนี้ได้น่ะครับ”
“จริงเหรอ? ฟังดูน่าสนุกดีนะเนี่ย! ก็เอาสิ ถ้าเธอคิดว่าพี่ช่วยได้ล่ะก็นะ!” ท่าทางของรุ่นพี่ดูดีใจและตื่นเต้นอย่างมาก (น่ารักอ่ะ >///<)
“จริงเหรอครับ?”
“แล้วจะไปเมื่อไหร่กันดีล่ะ?”

        โคบายาชิ! เธอคือแม่พรัมาโปรดของผมจริงๆ เลย !!
.

        วันหยุด...

“วาตานาเบะ”
“โคบายาชิ ขอบคุณมากๆ เลยนะ!”
“เรียกฉันว่า ยุย ก็ได้นะ”
“งั้นเธอก็เรียกฉันว่า ริสะโอะ ละกัน”
“ฉันไม่ใจร้ายขนาดที่จะปล่อยให้นายมาเดทตามลำพังโดยไม่ช่วยเหลือหรอกนะ”
“จำไว้นะ คามประหม่าเกิดขึ้นได้ง่าย ดังนั้นผ่อนคลายเข้าไว้ล่ะ โอเค๊?”
“อื้อ!”
“นั่น! รุ่นพี่ไมมาแล้วล่ะ งั้นฉันหลบไปก่อนนะ แล้วจะแอบตามนายไปห่างๆ พยายามเข้าล่ะ”
“โอเค!”

        ไม่นานนักรุ่นพี่ไมก็เดินตรงเข้ามายังจุดที่นัดไว้กับผม

“รุ่นพี่ไมครับ!”
“วาตานาเบะคุง!” โอ้ย! รุ่นพี่จะน่ารักเกินไปแล้วมั้งเนี่ย!! >///<
“ขอบคุณที่ช่วยนะครับวันนี้”
“ไม่มีปัญหาจ้า ไปกันหรือยัง?”

        และพวกเราก็เริ่มเดท(เลือกซื้ออุปกรณ์)กัน

“วันนี้ค่อนข้างร้อนนะครับ?”
“ก็นั่นสินะ ไม่อยากเชื่อเลยว่าเป็นฤดูใบไม้ผลิ”
“ผมว่ามันมีหลายปัจจัยที่ทำให้โลกร้อ...”

        ปั่ก!!

        จู่ๆ เหมือนมีลูกก้อนๆ ขนาดเล็กลอยมาใส่ท้ายทอยผม ผมหันไปมองเห็นยุยยืนพยักหน้าเรียกอยู่

“ขอโทษนะครับ ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน...”
“โอเคจ๊ะ”

        ผมจำใจต้องปล่อยให้รุ่นพี่ยืนรอ และพาตัวเองมาหายุยที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก

“อะไร?”
“ยังจะมาถามว่าอะไรอีก นี่นายมองข้ามอะไรไปรึเปล่าห๊ะ! นายไม่เห็นเหรอว่ารุ่นพี่ใส่ชุดไปรเวทอยู่อ่ะ!”
“หือ? ฉันก็คิดว่ารุ่นพี่น่ารักดีอ่ะ”
“ก็แล้วทำไมไม่พูดออกไปเล่า!?”
“นายรู้มั้ยว่าชุดนั้นรุ่นพี่เป็นคนเลือกมาด้วยตัวเองเลยนะ...”
“ ‘รุ่นพี่ครับ...รุ่นพี่ดูต่างออกไปจากเดิมในชุดไปรเวทนี่นะครับ’ พูดได้มั้ยแบบนี้น่ะ” และยุยก็แสดงท่าทางแบบผู้ชายออกมา
“โหย...ถ้าเธอเป็นผู้ชายเนี่ย สาวๆ หลงรักตายเลยนะเนี่ย” ขนาดผมที่เป็นผู้ชายยังคิดว่าเธอเท่สุดๆ เลย
“ไม่ดีใจหรอกนะยะ ที่ฉันได้ยินอะไรแบบนั้นน่ะ ไปได้แล้ว!”

        หลังถูกยุยอบรมเสร็จเขาก็เดินกลับมาหารุ่นพี่ตามเดิม

“ขอโทษนะครับ”
“ไม่เป็นไรจ๊ะ”
“ว่าแต่...นี่เป็นครั้งแรกเลยนะครับที่ผมเห็นรุ่นพี่ใส่ชุดอื่นนอกจากชุดนักเรียน...ดูดีมากเลยนะครับ”
“จริงเหรอ? ดีใจจังเลย~

        โอ้โห...น่ารักชะมัดเลย >///<

“แต่ถึงจะยอไปพี่ก็ไม่ให้รางวัลหรอกนะ”


        ถึงผมจะรู้สึกเขินๆ ที่พูดออกไปก็เถอะ แต่รุ่นพี่ท่าทางจะดีใจจริงๆ นะเนี่ย ถึงยัยนั่นค่อนข้างจะปากร้ายไปหน่อย...แต่ที่หล่อนพูดมามันก็เป็นไปตามนั้นหมดเลย ถึงผมจะรู้สึกกดดันก็เถอะนะ...
============================================

[GE : RisaYui] ตอนที่ 1

- 1 –
        ดาดฟ้า...

        ผม วาตานาเบะ ริสะโอะ ปี2ห้องA ผมชอบแอบโดดซ้อมมาสถานที่ลับบ่อยๆ ถ้าผมอยู่ตรงนี้ผมไม่ต้องกังวลว่าคนที่ผมชอบจะรู้ตัวว่าเราแอบมองเธออยู่ เธอไม่จำเป็นต้องรู้ความรู้สึกของเรา ถึงมันจะเป็นความลับก็ไม่เป็นไรหรอก...

“หืม...นาเบะคุงที่แท้นายก็แอบชอบรุ่นพี่ไมสินะ?” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังผม
“เอ๋! ใครน่ะ!?” ผมตะโกนถามอย่างตกใจ ผมเงยหน้าขึ้นไปมองและพบกับร่างบางของ โคบายาชิ ยุย เพื่อนร่วมห้องของผมเอง
“โคบายาชิซัง!” เธอกระโดดลงมายืนตรงหน้า
“ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ? ไม่ไปซ้อมหรือไง!!?”
“นายยังมีหน้ามาพูดอีก” เธอเดินเข้ามาใกล้ผมทีละนิด
“เดี๋ยวก่อน! แต่ทำไมเธอถึงรู้ความรู้สึกของฉันได้ล่ะ!!?” เธอยิ้มบางๆ ก่อนตอบ
“นั่นเพราะ...ฉันเป็นผู้หญิงไงล่ะ”


ในเวลาต่อมา...

“อ้าว พวกผู้ชายกลับมาจากวิ่งกันแล้ว!” รุ่นพี่คนหนึ่งตะโกนขึ้น
“มาถึงก็พักสัก 5 นาทีนะ”

        ผมเดินมานั่งพักบนเก้าอี้ก่อนจะมีบางอย่างเกิดขึ้น...

        ปู๊~~~~~~

“ถึงนายจะเหนื่อยหรือไม่สนใจยังไงก็ไม่ควรจะ...” เพื่อนที่นั่งข้างๆ หันมาพูดกับผม
“ปะ...เปล่านะ!!” ผมหยิบอะไรบางอย่างที่อยู่ใต้ก้นขึ้นมา ก่อนจะพบว่ามันคือ ถุงตด ! เสียงหัวเราะดังขึ้นไปทั่วสนามซ้อม และตัวต้นเหตุก็คือ รุ่นพี่ไม กำลังยืนกุมท้องหัวเราะอยู่
“ฮ่าฮ่าฮ่า! เสียงอลังการมากเลยนะ”
“รุ่นพี่ไม! เล่นแบบนี้ตลอดเลยนะครับ” ใบหน้าของผมแดงจัดด้วยความโมโหปนอาย
“ว้ายๆ โกรธซะแล้ว” รุ่นพี่ไมเดินเข้ามาใกล้ผม
“แหมๆ เพราะรักดอกจึงหยอกเล่น นี่จ้าสินน้ำใจเล็กๆ” รุ่นพี่ยื่นมือออกมาตรงหน้า ผมยื่นมือออกมารับก่อนจะพบว่ามันคือ...ลูกตาปลอม
“เหวอออออออ!!!”
“รุ่นพี่!!!”
“ฮ่าฮ่า!!”

        ขณะที่ผมกำลังหัวเราะไปกับรุ่นพี่ ผมรู้สึกถึงสายตาของโคบายาชิที่เฝ้ามองดูด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ มันเลยทำให้ผมตัดสินใจพูดคุยตกลงกับเธอเรื่องนี้ให้ชัดเจน
“โคบายาชิมานี่หน่อย”

        ผมปิดประตูหลังจากที่เช็คดูแถวๆ นั้นว่าไม่มีคนอื่นนอกจากผมและเธอ

“ไม่มีใครแล้วใช่มั้ยเนี่ย?”
“อะไรล่ะ ลากฉันมาห้องชมรมทำไม?”
“โคบายาชิ...ถึงฉันจะไม่อยากให้ใครรู้ก็เถอะ แต่ก็จริงตามที่เธอพูดมาน่ะแหละ ฉันชอบรุ่นพี่ไม ดังนั้นแล้ว...” ผมขยับตัวเข้าไปใกล้เธอ สองมือวางไว้บนบ่าของเธอ
“ฉันคงไม่สามารถตอบรับความรู้สึกของเธอได้หรอกนะ”

        โป๊ก !

        เธอใช้ไม้ร็อกเก็ตพาดที่หัวผมอย่างแรงเพื่อเตือนสติหยุดไม่ให้ผมมโนตัวเองไปไกลกว่านี้

“พูดอะไรของนายเนี่ยห๊ะ?”
“อ้าว? งั้นเธอไม่ได้รู้ความรู้สึกของฉันเพราะคอยมองฉันอยู่ตลอดเวลาหรอกเรอะ!?”
“ถ้านายไม่ยืนอยู่ที่นั่นแล้วเอาแต่มองตามคนๆ เดียวเป็นใครก็รู้ทั้งนั้นแหละย่ะ!!
“แล้วไอ้ไฟอิจฉาที่ส่องออกมาจากดวงตาของเธอตอนนี้ล่ะ!?”
“หมายความว่าไงยะ ไฟอิจฉา น่ะ!?” เธอใช้สองมือบิดหูผมแน่น
“ฉันมองนายแล้วก็คิดว่าน่าสนุกดีแค่นั้นแหละ!
“โธ่เอ้ย...ปวดมาถึงในหัวเลย งั้นก็ลืมๆ มันไปซะเถอะ แล้วอย่าเที่ยววิ่งไปบอกใครต่อใครว่าฉันคิดยังไงกับรุ่นพี่ไมด้วยล่ะ!
“หมายความว่านายไม่อยากให้ใครรู้งั้นเหรอ?”
“ก็แน่สิ! ถ้ารู้ไปถึงหูรุ่นพี่ล่ะก็...”

        ผมทำท่าเดินไปเปิดประตูเพื่อออกจากห้อง ก่อนจะหันมาพูดกับเธออีกครั้ง

“เอาเถอะ! อย่าไปบอกใครเชียวนะเข้าใจมั้ย!?”
“เอ๋...เอาไงดีน้า...” โคบายาชิเดินครุ่นคิดไปมา ทำท่าที่ว่าจะแกล้งอีกฝ่าย
“หา? หมายความว่าไง”
“หรือว่า...เธออยากได้เงินงั้นเหรอ?”
“อย่ามาดูถูกกันนะยะ!” และไม้ที่อยู่ในมือของเธอก็ฟาดมาที่หัวผมอีกครั้ง
“สบายใจเถอะฉันไม่บอกใครหรอก แต่กลับกัน...” เธอหยุดพูดไปสักพัก
“ฉันอยากจะเห็นนายสารภาพรักกับรุ่นพี่นะ”
“ห๊า!! พูดอะไรของเธอมิทราบ!!? ก็เพิ่งบอกไปไงว่าไม่อยากให้รุ่นพี่รู้!!
“นายตั้งใจจะปล่อยไปแบบนี้เหรอ? ไม่อยากจะบอกรุ่นพี่จริงๆ ดิ?”
“เข้าใจหน่อยเถอะ...ฉันไม่อยากจะสร้างปัญหาให้รุ่นพี่หรือทำให้เค้ารู้สึกไม่ดี รุ่นพี่เองก็คงคิดเช่นเดียวกัน”
“งั้นเหรอ...” ผมพยักหน้า
“สงสัยฉันต้องไปแล้วล่ะ เอาป้ายนี่ไปติดที่บอร์ดน่ะนะ” ในมือของเธอมีป้ายขนาดกลางที่เขียนข้อความว่า รักสุดร้อนแรง!! วาตานาเบะ ริสะโอะ รัก ชิราอิชิ ไม
“ไปทำมาตั้งแต่ตอนหนายยยยย!!!!
“งั้นจะทำมั้ยล่ะ? สารภาพรักน่ะ?” ดวงตาเจ้าเล่ห์ถูกส่งมาให้เขาอีกครั้ง

        หนอย!!! ยัยปีศาจ!!!!!



============================================

5/01/2560

[One-Shot Keyakizaka46] RisaYui - เป็นแฟนกันนะ





          วันๆ เหล่านักเรียนหญิงมักจะเอาแต่อ่านโชโจมังงะจริงมั้ย ? แม้ว่าพวกเธอจะไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ ถึงอย่างนั้นกว่าครึ่งของผู้หญิงจะตกอยู่ในความรัก รอบๆ ตัวของฉันนั้นมักจะมีแต่ผู้หญิงเต็มไปหมด นั่นแหละคือตัวฉัน...

.

.

          วาตานาเบะ ริสะ ดาวเด่นสุดป็อปของโรงเรียน ที่ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็มักจะมีรุ่นพี่รุ่นน้องมารุมมาตุ้มกันรอบๆ ตัว 

"ริสะจัง พวกเราขอถ่ายรูปด้วยได้มั้ยจ๊ะ?"
"อืม ได้สิ"

          กิจวัตรประจำวันของฉัน นอกจากจะโดนรุมจากพวกสาวๆ แล้ว ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษอีก จนเมื่อ...

"ริสะ พวกฉันสามคนมีแฟนแล้วนะเว้ย!"

เพื่อนผู้ชายที่เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็กๆ ต่างพากันมาเปิดตัวแฟนสาวทั่วหน้า ยกเว้นแค่ฉันที่ข้างกายยังไม่มีใคร คงมีแค่เงาของตัวเองเท่านั้น

"จริงสิ! ริสะ แกเองก็เป็นที่นิยมของสาวๆ ไม่น้อยเลยหนิ ทำไมแกยังไม่มีแฟนว่ะ?"
"เอ๋!?"

          ฉันนิ่งอึ้งไปสักพัก มันก็จริงที่พวกนั้นพูด ตอนแรกฉันเคยคิดเกี่ยวกับมัน เพราะมีแต่ผู้หญิงรอบๆ ตัวฉันเต็มไปหมด ฉันเลยคิดว่าเดี๋ยวฉันก็คงจะมีแฟนไปเอง แต่สุดท้าย...ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

"ไม่ว่าแกจะมีสาวๆ สักกี่คน แต่พวกเธอก็ไม่ได้คิดจะคบกับแก และก็จะไม่มีอะไรเปลี่ยนไป"
".........."

          ช่างเป็นคำพูดที่เจ็บแปลบจริงๆ ก็จริงของพวกมัน แต่นั้นมันเป็นอดีตไปแล้ว !!!

"ฉันวาตานาเบะ ริสะ จะมีแฟนให้ดู!"
"แล้วแกจะไปหาแฟนมาจากไหน แกยังไม่มีคนที่ชอบเลยไม่ใช่เหรอ?"
"อา...คอยดูแล้วกัน"

          วันถัดมา...

"ใครว่าฉันไม่มี ฉันมีแล้วล่ะ คนที่ฉันแอบชอบน่ะ"

          สายตาของริสะเพ่งมองไปยังหญิงสาวน่ารักคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าตู้ล็อคเกอร์รองเท้า เธอคนนั้นคือ...

"โคบายาชิ ยุย"
"ริสะ...เธอมีอะไรรึเปล่า?"
"ฉันมีบางอย่างที่ฉันอยากจะพูดกับเธอ"

          โคบายาชิ ยุย ก็เป็นหญิงสาวที่ป็อปไม่แพ้ริสะ 

"ฉันสนใจตัวเธอมาสักพักแล้วหล่ะ"

          ถึงแม้จะมีสาวๆ มารายล้อมรอบตัว แต่คนที่จะมาเป็นแฟนของฉันจะต้องน่ารัก ฉันจะต้องได้แฟนที่น่ารัก!!

"ถ้าเธอโอเค...อยากคบกับฉันไหม?"

          ยุยนิ่งอึ้งไปกับคำสารภาพของริสะ ในใจของริสะก็แอบหวังว่าหัวใจของเธอจะเต้นแรงเพราะเขาบ้าง ถึงสีหน้าเธอจะไม่รู้สึกอะไร แต่เธอก็ไม่มีเหตุผลอื่นที่จะต้องปฏิเสธมัน...

          ผลัก! ปัง!

"อ๊ะ!"
"นี่เป็นการสารภาพรักที่ห่วยแตกมาก"

          ยุยเดินมายืนตรงหน้าเขาด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย ออกจะรำคาญหน่อยๆ นี่เขากำลังโดนปฏิเสธสินะ!

"เธอคิดว่า...เธอจะทำสิ่งที่เธอต้องการได้อย่างงั้นเหรอ เธอนี่มันง่ายจริงๆ นะ"
".........." อย่าบอกนะว่าฉัน...
"วาตานาเบะ ริสะ เธอมันก็แค่คนไร้ค่า คนแบบเธอนั้น..."
"เอ่อ...มันก็แค่การแสดงเฉยๆ" ริสะพูดขัดก่อนที่ยุยจะทันพูดจบประโยค
"ฉันก็แค่จะซ้อมสารภาพรักที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับการแสดงของฉันเท่านั้นเอง"
"..."
"ฉันขอตัวก่อนนะ"

          สวนสาธารณะ...

"แกเป็นไรรึเปล่าว่ะ ริสะ?"

          ตั้งแต่กลับจากโรงเรียน ริสะก็เอาแต่นั่งนิ่งบนเก้าอี้ยาวในสวนสาธารณะ สมองของเขาดูโล่งไปหมด คิดอะไรไม่ออก และภาพเหตุการณ์พร้อมคำพูดปฏิเสธของยุย ยังคงก้องอยู่ในหัวของเขาตอนนี้

"แฟนฉันบอกว่า แกไปสารภาพรักกับโคบายาชิ ยุยงั้นเหรอ?"
".........." ริสะเงียบไป เงยหน้ามองฟ้า
"อย่าบอกนะว่าแกโดนปฏิเสธอ่ะ"
"ไม่เชิงหรอก"
"ฉันได้ข่าวมาว่า โคบายาชิ ยุย ไม่เคยตกหลุมรักใครเลยนะเว้ย ขนาดเพื่อนที่โรงเรียนฉันไปสารภาพรักกับเธอ ยังโดนปฏิเสธมาแบบไม่ใยดีเลยอ่ะ"
"คนอื่นๆ ที่มาสารภาพรักกับเธอ แน่นอนว่าถูกปฏิเสธหน้าเสียกันเป็นแถบ"
"แกไปจีบกันใหม่ไม่ดีกว่าเหรอว่ะ?"
"บางที...เธออาจจะชอบคนอ่อนโยนรึเปล่านะ?" ใครว่าฉันจะยอมแพ้ง่ายๆ ล่ะ คนอย่างวาตานาเบะ ริสะ ไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ อยู่แล้ว!!

          วันรุ่งขึ้น...

"โคบายาชิ"
"ว่า"
"ฉันขอโทษสำหรับเรื่องเมื่อวาน ฉันค่อนข้างกังวลและมันก็ไม่ถูกต้อง แต่นั่นเป็นการสารภาพรักครั้งแรกของฉัน..."

          ยุยดูเหมือนจะไม่สนใจ หันหลังใส่เขาและเดินจากไป แต่มีเหรอที่ริสะจะยอมแพ้ แขนยาวๆ ของเขาคว้าแขนของยุยไว้และจับให้หันมา แต่ดันผิดพลาดเลยทำให้ทั้งคู่ล้มลงไปกองบนพื้น โดยที่ริสะคร่อมตัวยุยไว้

"ริสะ...เธอชอบฉันจริงๆ งั้นเหรอ?"
"ใช่" ริสะอึ้งไปนิดๆ
"งั้นเหรอ? ไม่ใช่ว่าเธอต้องการจะมีแฟนเหมือนเพื่อนเฉยๆ งั้นเหรอ"
".........." ริสะเงียบไป
"เธอมันน่ารังเกียจ!"

          ยุยผลักให้ร่างของริสะกระเด็นออกห่าง ก่อนจะลุกขึ้นและเดินจากไป ริสะมองตามคำพูดของเธอยังก้องอยู่ในหัวของเขาอยู่เลย

          นั่นมันอะไร 'น่ารังเกียจ' มันเป็นครั้งแรกที่มีคนพูดแบบนั้นกับฉัน เธอพูดถึงฉันเหรอ? ฉันงั้นเหรอ?

.

.

          ตั้งแต่นั้นมาริสะก็เอาแต่ตามติดยุยตลอด ไม่ว่าจะเป็นก่อนเข้าเรียน หลังเลิกเรียน เดินไปส่งบ้านหรือแม้แต่ไปเรียนพิเศษ แต่จนแล้วจนรอดก็ดูเหมือนยุยจะไม่สนใจและไม่เห็นริสะมีตัวตนอยู่ข้างๆ เลยสักนิด จนเมื่อ...

"นั่นเขาจะรีบไปไหนกันนะ?"

          และวันนี้ริสะเองก็มายืนรอหน้าที่เรียนพิเศษเหมือนเช่นเคย เพียงแค่วันนี้เขาได่รับรู้อะไรบางอย่างที่ก่อให้เกิดอารมณ์แปลกๆ ก่อตัวขึ้นในใจของเขา

          หนุ่มหล่อซึ่งดูเหมือนจะเป็นเด็กมหาลัย กำลังเดินออกมาจากประตูที่เรียนพิเศษ และมียุยเดินอยู่ข้างๆ สีหน้าของเธอดูแดงเหมือนคนเขินอาย ซึ่งต่างกับตอนที่เจอเขาราวฟ้ากับเหว...

"แล้วเจอกันนะคะ"
"กลับบ้านดีๆล่ะ"

          ดวงตาสายของเขาจับจ้องภาพตรงหน้าไม่กระพริบ รู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจ แขนขาชาไปหมด เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกแบบนี้

.

.

          หลายวันถัดมา...

          ริสะเริ่มตีตัวออกห่างจากยุยทีละนิด เขารู้สึกว่าเขาสู้หน้าเธอไม่ไหว ถ้าเขาเห็นเธอความเจ็บปวดแปลบๆ ที่หัวใจจะกลับมาอีก ซึ่งเขาอธิบายอาการแบบนี้ไม่ถูกจริงๆ

"วาตานาเบะ"
"ค่ะ อาจารย์"
"คงทำการบ้านเสร็จแล้วใช่หรือเปล่า? ฉันไม่ให้คะแนนถ้าลืมทำมานะ"
"ค่ะๆ ทราบแล้วค่ะ"
"เธอไม่ได้สนใจที่ครูพูดเลยนะ แต่ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามครูได้ตลอดเลยนะ"
"ค่ะ"

          สายตาของริสะสบตาเข้ากับสายตาของยุยพอดี เพราะเธอยืนอยู่ด้านหลังอาจารย์ไม่ไกลนัก สายตาที่เธอมอง ฉันไม่รู้ว่าเธอกำลังรู้สึกยังไงกับฉันตอนนี้

          ฉันอยากจะเข้าไปสารภาพรักกับเธออีกครั้ง แต่ฉันไม่กล้าพอ... ฉันที่ไม่ได้เรื่องอย่างฉัน คงจะเสียเวลาเปล่า...

"ออกไปห่างๆ ฉันนะ!!"

          เสียงโวยวายดังขึ้นที่หน้าโรงเรียน กลุ่มนักเรียนชายสามถึงสี่คนยืนดักหน้าของยุยและเพื่อนอยู่ ริสะที่เห็นท่าจะไม่ดีก็รีบพาตัวเองก้าวเข้าไปช่วยทันที

"อย่ามาแตะตัวเธอนะ!"
"ห๊า!? อะไรของเธอ อย่ามาเกะกะไม่เข้าเรื่องจะได้ไหม!" ริสะถูกนักเรียนชายคนหนึ่งจับคอเสื้อไว้แน่น
"คุณตำรวจทางนี้ค่าาาา!!" มีนักเรียนอีกคนตะโกนขึ้น ทำให้นักเรียนชายกลุ่มนั้นยอมถอยห่างและหนีไป
          จริงๆ แล้วตอนนี้ฉัน...มันเป็นคนที่ไม่ได้เรื่องที่สุดในโลก ฉันไม่เข้าใจเรื่องความรัก และยังมีอีกหลายอย่างที่ฉันยังไม่เข้าใจ รักแรกของฉันมันจบลงแล้ว แค่ช่วยเธอยังทำไม่ได้เลย... ฉันมันงี่เง่าจริงๆ 

"ริสะ..." ยุยลงมานั่งข้างๆ ฉัน
"ถึงมันจะแค่เล็กน้อย แต่เธอก็เท่มากเลยนะ"
"ฉันชอบเธอ"
"เอ๊ะ?" ริสะทำหน้าตกใจ
"แค่นั้นแหละ"
" o//////o "

          ตอนนี้ฉันรู้จักความรักที่แท้จริงแล้ว จากนี้ไปฉันแน่ใจ...ถึงฉันจะเป็นคนที่ไม่ได้เรื่อง และงี่เง่า แต่ฉันจะทำให้เธอมีความสุขที่สุดในโลก !!
========================================================